
ชีวิตจิตของคู่สมรส

ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้ มาระโก 12: 30-31
ชีวิตจิตของคู่สมรส
ชีวิตจิตและความเชื่อเป็นมิติที่สำคัญในชีวิตของมนุษย์ ความเชื่อทางจิตวิญญาณสามารถบุกเบิกรากฐานแห่งคุณธรรมและสร้างพฤติกรรมทั้งของตัวเองและคู่สมรส ผู้ที่เชื่อศรัทธาจะรู้สึกเหมือนกับว่าความเชื่อนั้นให้ชีวิตต่อความสัมพันธ์ที่เขาทั้งสองมี คู่สมรสที่มีข้อตกลงจะนับถือและปฏิบัติความเชื่อทางจิตวิญญาณ ปกติมีระดับความพึงพอใจและความใกล้ชิดที่สูงกว่าผู้ที่ไม่มีข้อตกลงทางความเชื่อ
เนื่องจากว่าความเชื่อศรัทธาให้คุณประโยชน์ต่อความสนิทสัมพันธ์ของคู่สมรสพอสมควรที่คู่หมั้น หรือ คู่สมรสลองส่งเสริม พิจารณาดู แล้วประเมินผลว่าทั้งสองเหมาะสมต่อกันและกันในด้านความเชื่อนั้นหรือไม่ คู่สมรสที่มีความเชื่อศรัทธาและปฏิบัติตาม พบว่าความเชื่อของเขาเป็นการเตรียมรากฐานที่ช่วยให้ความรักของทั้งสองมั่นคงและเข้มแข็ง ช่วยให้ทั้งสองเติบโตด้วยกันและทำให้ชีวิตของเขามีความหมาย หากว่าความเชื่อ หรือศาสนาของคุณต่างกันกับความเชื่อและศาสนาของคู่รักของคุณ คุณก็สามารถเข้าใจกันได้ ถ้าคุณทั้งสองพูดคุยเกี่ยวกับจุดกำเนิดของความเชื่อนั้น
การสนทนาเป็นกลุ่ม
คุณรู้เกี่ยวกับประวัติศาสนาของคู่คุณแค่ไหน แล้วความรู้ถึงประวัติศาสนาของคุณเองล่ะ จริงๆ แล้วอะไรที่เรารับมรดกมาจากครอบครัวมักช่วยให้รู้สึกถึงความมั่นคง และความสงบในความสัมพันธ์ให้เรากำหนดเวลาไว้เพื่อหารือแล้วตอบเกี่ยวกับคำถามต่อไปนี้ร่วมกัน แล้วแชร์คำตอบของคุณทั้งสอง (ถ้าคุณไม่มีคำตอบ ให้ถามสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับมุมมองของพวกเขา)
- ตามความเชื่อของคุณ อะไรคือความหมายของชีวิต
- ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับพระเจ้า หรือผู้ทรงสร้างชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในชีวิตของคุณ
- คุณต้องการจะให้ความเชื่อของคุณนั้นเข้ากับชีวิตคู่ หรือให้มันมีอิทธิพลต่อชีวิตสมรสของคุณแค่ไหน
- คุณมีความคิดที่จะให้การเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนด้านศาสนากับบุตรหลานของคุณไหม
- อะไรที่เป็นศาสนา ประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมของครอบครัวของคุณ
- พิธีและเวลาซึ่งศักดิ์สิทธิ์ไหนบ้างที่ทั้งครอบครัวคุณยังถือและปฏิบัติอยู่
- พิธี วัฒนธรรม สัญลักษณ์ อาหารอะไรบ้างที่คุณคิดว่ายังมีอยู่
- ความเชื่อทางศาสนาและจิตวิญญาณส่วนบุคคลของคุณมีความคล้ายคลึงกันหรือไม่กับครอบครัวของคู่คุณ
- “ฉันจะฝึกฝนความเชื่อของฉันได้อย่างไร (รายสัปดาห์) ร่วมพิธีมิสซา สวด มวลชน สวดมนต์ อ่านพระคัมภีร์หรือไม่? ไปสารภาพบาปเป็นประจำ)
- ฉันต้องการที่จะเติบโตในด้านนี้อย่างไร
- ฉันต้องการรู้จักและติดตามพระเยซูคริสตเจ้าไหม
- เราจะสืบต่อความเชื่อของเราต่อบุตรหลานของเราอย่างไรเล่า ฉันจะช่วยตัวเอง คู่สมรส และบุตรหลานของเราพร้อมสำหรับสวรรค์ (ความสุขแท้จริง) ได้อย่างไร
คำสอนของพระศาสนจักรเกี่ยวกับชีวิตวิญญาณ
CCC # 1
พระเจ้าที่ทรงสมบูรณ์และเพียบพร้อมด้วยพระพรในพระองค์เดียว ทรงสร้างให้มนุษย์เกิดมาเพื่อมีส่วนร่วมในแผนแห่งความรอดพ้นของพระองค์ ด้วยเหตุผลนี้พระองค์ทรงปรารถนาที่จะประทับอยู่อย่างใกล้ชิดกับมนุษย์ทุกคน ในทุกแห่งหนทุกเวลา พระองค์ทรงเรียกมนุษย์ให้แสวงหา รู้จัก และรักพระองค์ด้วยกำลังทั้งหมด พระองค์ทรงเรียกคนทั้งปวงที่กระจัดกระจายไปเพราะบาป เข้าสู่ความนำหนึ่งเดียวในครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ หรือพระศาสนจักร เพื่อบรรลุแผนแห่งความรอดพ้นนี้ และเมื่อครบเวลาที่กำหนดแล้ว พระเจ้าทรงส่งพระบุตรพระองค์เดียวของพระองค์มาเป็นพระผู้ไถ่และพระผู้ช่วยให้รอด ในทางพระบุตรของพระองค์ พระบิดาเจ้าทรงเชิญชวนมวลมนุษย์ทุกคนอาศัยพระจิตเจ้ามาเป็นลูกบุญธรรมของพระองค์และเป็นทายาทแห่งชีวิตนิรันดร
CCC # 52
“พระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่ในแสงที่ไม่สามารถเข้าถึงได้” ต้องการประทานชีวิตของพระองค์ให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาอย่างอิสระ เพื่อที่จะนำมนุษย์ทั้งมวลให้เป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ในพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ด้วยการเปิดเผยชีวิตของพระองค์ พระเจ้าปรารถนาที่จะทำให้พวกเขาสามารถ ตอบสนอง รู้จักและรักพระองค์ได้ไกลเกินความสามารถของตน
"การเป็นคริสตชน ไม่ได้เป็นผลมาจากทางเลือกทางจริยธรรมหรือความคิดอันสูงส่งแต่เป็นผลจากการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์และพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้นำทางและทิศทางต่อชีวิต " สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ ๑๖
"สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตนี้ก็คือการที่พระเจ้าทรงรักเรา และเรารักพระองค์เช่นเดียวกัน เมื่อเทียบกับความรักของพระเยซูทุกสิ่งทุกอย่างก็ถือเหมือนเป็นเรื่องรอง และถ้าไม่มีความรักของพระเยซูในชีวิตเรา ทุกอย่างก็จะไร้ประโยชน์เช่นเดียวกัน "- สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สอง
"ดีที่จะเป็นบุตรของพระเจ้ามากกว่าเป็นกษัตริย์ของคนทั้งโลก" -นักบุญอาโลเซีสแห่งโกนซากา
"จงรักพระเจ้าและรับใช้พระองค์: ทุกสิ่งทุกอย่างก็อย่างนั้นแหละ" – นักบุญแคลร์แห่งอัสซีซี
"พระเจ้าทรงมอบชีวิตของพระองค์ให้คุณ: คุณก็ต้องมอบชีวิตคุณให้พระองค์เช่นเดียวกัน" – มรณสักขีโรเบิร์ตเซาธ์เวลล์
" มีคนแต่น้อยที่เข้าใจว่าอะไรที่พระเจ้าจะทำให้สำเร็จในชีวิตของเขา หากพวกเขาต้องละทิ้งทุกอย่างเพื่อไว้วางใจในพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข และหากเขายอมที่พระคุณของพระองค์ทรงเปลี่ยนชีวิตเขานั้น " นักบุญอิกนาซีโอแห่งโลโยลา
"สำหรับดิฉันการอธิษฐานเป็นการที่หัวใจเหมือนขี้นไปหาพระเจ้า เป็นการมองที่เรียบง่ายต่อสวรรค์ มันเป็นเสียงร้องของการรับรู้และความรักอันประกอบด้วยการทดลองและความสุข" - นักบุญเทเรซาแห่งลิซิเออซ์








