Skip to main content

นักบุญจอห์นปอลที่สองและปัณหาสิ่งแวดล้อม

28 December 2019

นักบุญจอห์นปอลที่สองมีความสนใจมากมายถึงการแก้ปัณหาสิ่งแวดล้อมซึ่งทั้งพระศาสนจักรและสังคมทั่วโลกต้องเผชิญหน้าจนทุกวันนี้ นี่คือความคิดเห็นของท่านซึ่งเราสรุปจากพระสมณสาส์นหลายเล่มของท่าน

Centesimus Annus

  • • “ไม่เพียงแต่พระเจ้าประทานโลกให้กับมนุษย์ซึ่งต้องใช้มันด้วยความเคารพในสิ่งดีดั้งเดิม แต่มนุษย์ก็ยังเป็นของขวัญจากพระเจ้าสำหรับมนุษย์เช่นกันดังนั้นเขาจะต้องเคารพโครงสร้างทางธรรมชาติและศีลธรรมซึ่งเป็นบริบทความเป็นมาของเขา "(ข้อที่ 38)
  • •“ เช่นเดียวกัน เป็นไปได้ว่าแต่ละและสังคมมีสิทธิที่จะจัดระบบเศรษฐกิจที่มั่นคงซึ่งสามารถนำตลาดไปสู่เป้ามหายส่วนร่วม นอกจากนั้น ยังมีความต้องการให้มีผลกระทบในระดับสากล ... ซึ่งอาจหมายถึงให้มีการเปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตที่เป็นที่ยอมรับเฉยๆ เพื่อจำกัดการสูญเสียของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรต่างๆ จึงช่วยให้ทุกคนได้แบ่งปันทรัพยากรเหล่านั้นอย่างเพียงพอ นอกจากนี้เราอย่างต้องการรักษาทรัพยากรทางจชีวิตจิตของมนุษย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานและวัฒนธรรมของคนที่มีเสียงข้างน้อยในประชาคมระหว่างประเทศ ครอบครัวประชาชาติได้เจริญก้าวหน้าได้ดี” (ข้อที่ 52)

วันสากลแห่งสันติภาพ 1 มกราคม 2533

  • • “ คุณธรรมด้านจริยธรรมมากมายซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งการพัฒนาสังคมที่สงบสุขนั้นมีความสำคัญเป็นพิเศษกับปัณหานิเวศวิทยาแท้จริงแล้วว่าปัณหาหลายอย่างที่เราพบทุกวันนี้ต้องการแก้ไขปัญหาที่ประสานงานอย่างรอบคอบบนพื้นฐานของคุณธรรมและการมุมมองโลกที่สอดคล้องกันสำหรับคริสตชนโลกมีพื้นฐานในความเชื่ออต่ามพระวาจาของพระเจ้า” (ข้อที่ 2)
  • • “ เมื่อมนุษย์หันหลังจากพระประสงค์ของพระผู้สร้าง เขาจะกระตุ้นความผิดปกติซึ่งมีผลระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อโลกทั้งหมด ถ้ามนุษย์ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขกับพระเจ้า เช่นเดียวกันโลกก็จะไม่สามารถอยู่อย่างสงบ: เพราะเหตุนี้ แผ่น​ดิน​จึง​เป็นทุกข์ ทุก​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​ก็​หมด​เรี่ยวแรง ทั้ง​สัตว์ป่า​และ​นก​ใน​อากาศ รวม​ทั้ง​ปลา​ใน​ทะเล​ก็​จะ​สูญหาย​ไป” (โฮ​เช​ยา 4:3) (ข้อที่ 5)
  • • “ เราไม่สามารถเข้าไปยุ่งในพื้นที่หนึ่งของระบบนิเวศโดยไม่สนใจทั้งกับผลกระทบจากการแทรกแซงดังกล่าวในพื้นที่อื่น ๆ และกับ สวัสดิภาพที่ดีของรุ่นอนาคต” (ข้อที่6)
  • •“ การที่ชั้นโอโซนลลดลงไปเรื่อยๆและผลกระทบจาปรากฏการณ์เรือนกระจก” ตอนนี้ไปถึงสภาพที่น่ากังวลมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเมืองใหญ่ ความเข้มข้นและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย” (ข้อที่ 6)
  • • “ สิ่งบ่งชี้ที่ลึกซึ้งและจริงจังที่สุดของนัยยะทางศีลธรรมเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมก็คือการขาดความเคารพต่อชีวิตที่เห็นได้ชัดในหลายรูปแบบของมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมบ่อยครั้งผลประโยชด้ายการผลิตถือเป็นสิ่งที่สำคัณมากกว่าศักดิ์ศรีของกลุ่มแรงงาน ในขณะเดียวกันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจถือเป็นสิ่งสำคัณมากว่าบุคคล แม้แต่ประชาชนทั้งหมดในกรณีเหล่านี้มลภาวะหรือการทำลายสิ่งแวดล้อมก็ถือเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ที่ผิดเกี่ยวกับธรรมชาติและการดูถูกสิ่งแวดล้อม” (ข้อที่ 7)
  • • “ ทั้งเทววิทยาปรัชญาและวิทยาศาสตร์ก็งพูดถึงเอกภพที่กลมกลืนกันของ“ จักรวาล”สร้างให้มีเอกภาพของตัวเอง ความสมดุลภายในและก้าวหร้าของมันเองโครงสร้างธรรมชาตินี้ต้องรักษาให้ได้ มนุษย์ทั้งปวง ถูกเรียกให้สำรวจ ตรวจสอบแล้วใช้ประโยชน์โครงสร้างนี้อย่างถุกต้องในขณะที่พยายามรักษาเอกภาพของมันเอง” (ข้อที่ 8)
  • • “ ในอีกด้านหนึ่งแผ่นดินแห่งนี้ก็เป็นมรดกร่วม ซึ่งมีประโยชน์สำหรับทุกคน ในคำพูดของสภาวาติกันครั้งที่สอง 'พระเจ้าทรงกำหนดให้แผ่นดินแห่งนี้และทุกสิ่งอยู่ในนั้นเป็นประโยชสำหรับมนุษย์ทุกคน (Gaudium et Spes, 69) ด้วยเหตุนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรราที่มีแต่กลุ่มน้อยยังควคุ้มและสะสมทรัพยากรที่มีอยู่ในขณะที่คนจำนวนมากยังใช้ชีวิตอยู่ในสภาพทุกข์ยากในระดับต่ำสุดของการยังชีพวันนี้ การคุกคามอันยิ่งใหญ่ของการทำลายระบบนิเวศก็กำลังสอนเราว่าความโลภและเห็นแก่ตัว - ทั้งของบุคคลและส่วนรวม - ตรงกันข้ามกับโครงสร้างของโลกซึ่งโดดเด่นด้วยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน” (ข้อที่ 8)

rocky edge and waterfall 925x“ สังคมสมัยใหม่คงไม่สามารถหาทางออกของปัญหาด้านนิเวศวิทยาได้ เว้นแต่มันพยายามอย่างจริงจังปรับวิถีชีวิต ในหลายๆที่สังคมโลกติดบริโภคนิยมมากมาย ในขณะที่ไม่สนใจเลยกับความเสียหายที่จะเกิดจากนอสัยเหล่านี้  ปัณหาสิ่งแวดล้อมก้ตรงกับปัณหาวิกฤตการณ์เชิงลึกของมนุษย์ หากเราขาดกาเคารพต่อศักดิ์ศรีของมนุษย์ เราก็จะขาดความสนใจใต่อศักดิ์ศรีของโลกเช่นกัน วิธีชีวิตที่เรียบง่าย การกลั่นกรองและวินัย รวมถึงการเสียสละต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อมิให้ทุกคนต้องประสบผลลบที่เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ดีของบางคน” (ข้อที่ 13)

“ การศึกษาในด้านการส่งเนริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเร่งด่วน: ความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและโลก การศึกษานี้ไม่เพี่ยงแค่เกิดจากความส่งสารหรือความปรารถนาอันว่างเปล่า จุดประสงค์ของมันไม่ใช่อุดมการณ์หรือการเมือง การศึกษาดั่งกลาวไม่ได้เกิดจากการปฏิเสธต่อคุณธรรมทันสมัย หรือ เกิดเพี่ยงแค่จากความปรารถนาที่คลุมเครือเพื่อกลับสู่ 'สวรรค์ที่หายไป' แต่เป็นการศึกษาที่แท้จริงในด้านความรับผิดชอบทำต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนใจ เลื่อมใสอย่างแท้จริงทั้งในรูปแบบของความคิดและในรูปแบบพฤติกรรม โบสถ์และหน่วยงานทางองค์กรศาสนา รัฐและเอกชนและสมาชิกทุกของสังคมทั้งหมดมีบทบาทที่แม่นยำในการศึกษานี้ อย่างไรก็ตามผู้อบรมคนแรกนั้นคือครอบครัวซึ่งสอนลูกๆให้เคารพเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติ” (ข้อที่ 13)

“ ในที่สุดคุณธรรมแห่งสุนทรียะของสรรพสิ่งพลาดไปไม่ได้ การสัมผัสกบธรรมชาติมีพลังให้การฟื้นฟูต่อมัน การไตร่ตรองถึงความงดงามของมันทำให้เกิดความสงบสุขในใจ พระคัมภีร์พูดถึงความดีงามและความงามของสรรพสิ่งครั้งแล้วครั้งเล่าซึ่งรับกระแสเรียกจากพระเจ้าเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ (ปฐมกาล l: 4 ff; เพลง​สดุดี​ 8: 2; 104: 1ff; ปรีชาญาณ 13: 3-5; 39:16, 33; 43: 1, 9) นอกจากนั้นการไตร่ตรองถึงผลงานของความฉลาดของมนุษย์ก็สำคัณด้วย เมืองสามารถมีความงดงามได้ถ้าทุกคตังใจมาดูแลมันอย่างดี การวางผังเมืองที่ดีเป็นหนึงในวิธรรักษาสิ่งแวดล้อม การเคารพต่อโครงสร้างธรรมชาติของที่ดินเป็นเงื่อนไขสำคัณมากมายสำหรับการรักษาระบบนิเวศน์ การศึกษาด้านสุนทรียภาพที่ดีต้องไปตรงกับการบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ” (ข้อที่  14)

FaLang translation system by Faboba