Skip to main content

บทเทศพระสันตาปาปาฟรั่งซิสในพิธีมิสซาขุชาขอพระคุณวันที่ 21พฤศจิกายน 2019

29 December 2019

“ใคร​เป็น​มารดา ใคร​เป็น​พี่​น้อง​ของ​เรา”? ” (Mt 12:48) ด้วยคำถามนี้องค์พระเยซูเจ้าท้าทายผู้ฟังของพระองค์ให้ไตร่ตรองสิ่งที่ประจักษ์อย่างชัดเจน ใครคือสมาชิกในครอบครัว ญาติพี่น้องและใครคือคนที่เรารัก หลังจากให้คำถามนั้นจมลงในจิตใจของพวกเขาแต่ละคน พระเยซูก็ตอบว่า“ผู้​ที่​ปฏิบัติ​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ผู้​นั้น​เป็น​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​และ​เป็น​มารดา​ของ​เรา” (ข้อที่ 50) ด้วยวิธีนี้พระองค์ไม่เพียง แต่ล้มล้างความเชื่อมั่นทางศาสนาและกฎหมายในดเวลานั้นเท่านั้น แต่ยังอ้างสิทธิ์เกินควรในส่วนที่พวกเขาคิดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น พระวรสารนอกจากเป็นคำเชิญก็เป็นะสิทธิที่มอบให้อย่างอิสระสำหรับผู้ที่ต้องการจะได้ยิน

เป็นที่น่าแปลกใจที่เห็นว่าพระวรสารเต็มไปด้วยคำถามที่พยายามปลดปล่อยและกระตุ้นหัวใจของอัคราสาวก ซึ่งเชิญพวกเขาค้นหาความจริงที่สามารถทำให้เกิดชีวิตใหม่ได้ คำถามที่ท้าทายให้เราเปิดใจและจิตใจเพื่อพบกับสิ่งใหม่ที่สวยงามกว่าที่เราคิดมาก่อน คำถามของพระอาจารย์นั้นมีจุดมุ่งหมายให้รื้อฟ้นชีวิตของเราของชุมชนของเราด้วยความปีติยินดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ (Evangelii Gaudium, 11)

นั้นคือกรณีที่มีมิชชันนารีที่ก้าวเข้ามาในพื้นดินไทยเป็นครั้งแรก เมื่อได้ยินพระวาจาของพระเจ้าและตอบสนองต่อข้อเรียกร้องที่เกิดมา พวกเขาก็ตระหนักว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ใหญ่กว่าครอบครัวใด ๆ ไม่ว่าจะตามสายเลือดวัฒนธรรมภูมิภาคหรือกลุ่มชาติพันธุ์ก็ตาม ด้วยแรงกระตุ้นจากพระจิตเจ้า ถุงแห่งจิตใจของเราเต็มไปด้วยความหวังที่เกิดจากพระวรสาร เขาออกไปเดินทางเพื่อค้นหาสมาชิกครอบครัวที่พวกเขายังไม่รู้จัก พวกเขาจะต้องเปิดหัวใจให้วิธีคิดใหม่เข้ามาเพื่อเอาชนะทุกอย่างที่สร้างการแบ่งแยกได้ สิ่งเหล่านั้นแหละที่ทำให้พวกเขาสามารถค้นพบ“ แม่และพี่น้องชาวไทย” จำนวนมากซึ่งยังคงไม่ได้มานั่งโต๊ะบุชาเดียวกันในวันอาทิตย์ ไม่เพียงแค่แบ่งปันทุกสิ่งที่พวกเขาสามารถแบ่งปันได้อยู่ แต่เพื่อได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ คือเพื่อพัฒนาความเชื่อศรัทธาและความเข้าใจต่อพระวรสารเอง (เปรียบเทียบ Dei Verbum, 8)

ปราศจากการพบกันเช่นนั้นพระคริสต์ศก็จะปรากฏความเป็นไทยของคุณไม่ได้ มันก็จะขาดเพลงและการเต้นรำที่ปรากฏรอยยิ้มของคนไทย ดังนั้นในพื้นดินของคุณนี้แหละ มิชชันนารีมาเพื่อเข้าใจอย่างเต็มที่มากขึ้นพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าซึ่งพระองค์มอบให้ไม่ใช่สำหรับเพียงคบบางกลุ่มหรือหรือวัฒนธรรมเฉพาะเจาะจง แต่สำหรับทุกคนทุกชาติและภาษษซึ่งเป็นแผนการอันยิ่งใหญ่กว่าการคำนวณและคาดการณ์ของมนุษย์ มิชชันนารีหรือธรรมทูตไม่ได้เป็นผู้รับจ้างด้านศาสนาหรือซ่างหาสมชิคเข้าศาสนา แต่เป็นนัผู้ต่ำต้อยที่เป็นห่วงใยทุกครั้งขาดพี่น้องและมารดาที่ควรได้รับพระเมตตาของพระเจ้าซึ่งพระเยซูทรงมอบให้ทุกคน “บัดนี้​เรา​ได้​เตรียม​การ​เลี้ยง​ไว้​พร้อม​แล้ว ได้​ฆ่า​วัว​และ​สัตว์​อ้วน​พี​แล้ว ทุกสิ่ง​พร้อมสรรพ  จง​ไป​ตาม​ทางแยก พบ​ผู้ใด​ก็ตาม จง​เชิญ​มา​ใน​งาน​วิวาห์เถิด” (มัทธิว 22: 4.9) สำหรับเราคำเชิญนี้เป็นความปิติยินดี ความกตัญญูและความสุขอันยิ่งใหญ่เพราะมันช่วยเรา“ ให้องค์พระผู้เป็นเจ้านำเราล่วงตัวเราเพื่อที่จะบรรลุความจริงอย่างสมบูรณ์ที่สุดของเรา นี่แหละความเป็นมาและแรงบันดาลใจสำหรับงานประกาษข่าวดี” (Evangelii Gaudium, 8)

ปีนี้เป็นวันครบรอบ 350 ปีของการสถาปนาพระศาสนจักรคาทิลคแห่งสยาม (ค.ศ. 1669 - 2019) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการโอบกอดชั้นพี่น้องที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้ สมายนั้นธรามทูตเพี่ยงสองคนสามารถหว่านเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตขึ้นและเจริญรุ่งเรืองในการเผยแพร่คุณธรรมคริสตชนในหลายรูปแบบซึ่งมีส่วนในการเจริญเก้าหน้าของประเทศชาติ วันครบรอบนี้ไม่ใช่การเฉลิมฉลองความคิดถึงอดีตอย่าวเดียว แต่เป็นไฟแห่งความหวังที่จะเปิดโอกาสให้เราที่นี่และเดี๋ยวนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของยุคนี้ด้วยความมุ่งมั่น ความแข็งแกร่งและความมั่นใจที่คล้ายกัน โอกาศนี้เป้นการเฉลิมฉลองที่รื่นเริงและช่วยให้เราออกไปอย่างมีความสุขที่จะแบ่งปันชีวิตใหม่ที่เกิดจากพระวรสารให้กับสมาชิกครอบครัวที่เรายังไม่รู้จัก

เราทุกคนกลายเป็นธรรมทูตเมื่อเราเลือกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระเจ้า เราจะกระทำอย่างที่พระงค์ทรงกระทำ พระองค์เสวยอาหารกับคนบาป ประกันว่าพวกเขามีที่นั่งในโต๊ะเลี้ยงของพระบิดาเจ้า และมีที่นั่งเหมือนกันในโต๊ะเลี้ยงของโลกนี้ด้วย พระองค์ทรงสัมผัสกับทุกคนที่ถือว่ามีมลทิน โดยการปล่อยให้พระองค์เองทรงถูกสัมผัส พระองค์ก็ทรงช่วยให้พวกเขาตระหนักถึงความใกล้ชิดของพระเจ้าและเข้าใจว่าพวกเขาได้รับพระพร (เทียบกับ Ecclesia in Asia 11)

ณที่นี่ข้าพเจ้าคิดถึงเด็กๆและผู้หญิงหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์ซึ่งถูกดูหมิ่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่สำคัญที่สุดของพวกเขา ข้าพเจ้าคิดถึงยาวชนที่เป็นทาสการติดยาเสพติด ที่ขาดความหมายทซึ่งทำให้พวกเขาหดหู่และทำลายความฝันของพวกเขา ข้าพเจ้าคิดถึงผู้อพยไร้บ้านเรือนและครอบครัว ข้าพเจ้ายังคิดถึงคนหลายคน อีกมากมายที่เหมือนพวกเขารู้สึกเหมือนกำพร้าและถูกทอดทิ้ง "ประศจากมีความเข้มแข็งแสงสว่างและการปลอบใจที่เกิดจากมิตรภาพกับพระเยซูคริสต์เจ้า ยังปราศจากชุมชนแห่งความเชื่อที่สามารถให้กำลังใจพวกเขา ปราศจากความหมายและเป้าหมายในชีวิต” (Evangelii Gaudium, 49) ข้าพเจ้าก็ยังคิดถึงพี่น้องหลายคนที่ถูกกดขี่และคนขอทานทั้งหลาย

พวกเขาทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา พวกเขาเป็นแม่และพี่น้องของเรา อย่าให้ชุมชนคาทิลิคของเรากีดกันการเห็นใบหน้าบาดแผลรอยยิ้มและชีวิตของพวกเขา ขออย่าให้เราป้องกันพวกเขามาสัมผัสยาหม่องแห่งเมตตาและความรักของพระเจ้าที่รักษาบาดแผลและความเจ็บปวดของพวกเขาได้ ธรรมทูตหรือมิชชันนารี รู้ว่างานแพร่ธรรมไม่ได้เกี่ยวกับการดึงดูดสมาชิกมากขึ้นหรือเกี่ยวกับการปรากฏพลังอำนาจก็ตาม แต่เป็นการเปิดประตูและการแบ่งปันให้ทุกคนที่อยากมีประสบการณ์ถึงความเมตตาและการรักษาจากอ้อมกอดของพระบิดาเจ้า ซึ่งจะทำให้เราเป็นหนึ่งครอบครัว  เรียนพี่น้องคริสตชนไทยที่รักยิ่งขอให้เราเดินเก้าหน้าต่อไปตามรอยเท้าของมิชชันนารีคนแรกเพื่อพบ ค้นหา และรับรู้ด้วยความยินดีใบหน้าของมารดาและบิดาพี่น้องชายหญิงทังหลาย ที่พระเจ้าทรงมอบให้พวกเรา และทุกคนที่ยังไม่มาร่วมโต๊ะบุชาขอบพระคุณกับเราในวันอาทิตย์

 

FaLang translation system by Faboba